สคร.10 อุบลฯ เชิญ ปชช.ตรวจเอชไอวี ฟรี ปีละ 2 ครั้ง

สคร.10 อุบลฯ เชิญ ปชช.ตรวจเอชไอวี ฟรี ปีละ 2 ครั้ง

นายแพทย์ดนัย เจียรกูล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ และภาคประชาสังคม กำหนดให้วันที่ 1 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันรณรงค์ตรวจเอชไอวี (VCT Day : Voluntary counseling and testing Day) และจัดกิจกรรมรณรงค์ต่อเนื่องตลอดเดือนกรกฎาคม 2564 โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ประการ คือลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ให้เหลือปีละไม่เกิน 1,000 ราย ลดการเสียชีวิตในผู้ติดเชื้อเอชไอวี เหลือปีละไม่เกิน 4,000 ราย และลดการเลือกปฏิบัติอันเกี่ยวเนื่องจากเอชไอวี และเพศสภาวะเหลือไม่เกินร้อยละ 5.8 โดยมุ่งเน้นให้ผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี และประชาชนทั่วไป ได้รับการตรวจและทราบสถานการณ์ติดเชื้อของตนเองอย่างรวดเร็ว เพื่อให้มีโอกาสป้องกัน และเข้าถึงการรักษาด้วยยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังมีผู้ติดเชื้ออีกส่วนหนึ่งที่ยังไม่ทราบสถานะการติดเชื้อของตนเอง เนื่องจากผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะแรก ส่วนใหญ่ไม่มีอาการแสดง และจะทราบได้ก็เมื่อได้รับการตรวจหาเชื้อเอชไอวีทางห้องปฏิบัติการเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันยังสามารถถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีให้ผู้อื่นได้

ในโอกาสนี้ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จ.อุบลราชธานี จึงขอเชิญชวนประชาชนที่ประเมินตนเองว่ามีโอกาสเสี่ยงต่อการรับเชื้อเอชไอวี ตรวจฟรี ตรวจเร็ว สำหรับคนไทยทุกคนที่มีบัตรประชาชน 13 หลัก โดยสามารถตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีได้ฟรี ปีละ 2 ครั้ง ทุกโรงพยาบาลที่ให้บริการภายใต้หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งสามารถรู้ผลภายในวันเดียว ทั้งนี้หากต้องการให้ผลการตรวจได้รวดเร็วและแม่นยำ ควรตรวจหาเชื้อเอชไอวีหลังจากมีพฤติกรรมเสี่ยงประมาณ 1 เดือน หากพบการติดเชื้อโรงพยาบาลจะนำเข้าสู่กระบวนการรักษาโดยเร็ว ปัจจุบันจึงต้องเร่งส่งเสริมให้ผู้มีเชื้อเอชไอวีเข้ารับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส ซึ่งเป็นการรักษาฟรีทุกสิทธิ ผู้มีสิทธิประกันสุขภาพ (บัตรทอง) และสิทธิสวัสดิการข้าราชการ สามารถรักษาฟรีทุกโรงพยาบาลภายใต้หลักประกันสุขภาพแห่งชาติทั่วประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นโรงพยาบาลที่ระบุตามบัตร ส่วนสิทธิประกันสังคม สามารถรักษาฟรีในโรงพยาบาลที่ระบุตามสิทธิ
ทั้งนี้ปัจจุบันโรคเอดส์ยังไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ ทำได้เพียงแค่ควบคุมอาการและรักษาแบบประคับประคองเท่านั้น หากสงสัยหรือมีพฤติกรรมเสี่ยง ท่านสามารถขอคำปรึกษาฟรี ที่โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง หรือ สายด่วนปรึกษาเอดส์ 1663 และ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422